สำนักงานศาลยุติธรรม | ศูนย์วิทยบริการศาลยุติธรรม | ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ | พิพิธภัณฑ์ศาลไทย
ภาพการแสดงพิพิธภัณฑ์ศาลไทย

หิรัญบัตร

หิรัญบัตร เป็นแผ่นเงินขนาดกว้าง 9.5 เซนติเมตร ยาว 37.2 ซ.ม. จำนวน 4 แผ่น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทางขบวนพยุหยาตรา
มาทรงวางศิลาก่อพระฤกษ์อาคารศาลสถิตยยติธรรม ตรงกับวันที่ 21 เมษายนพ.ศ. 2425
ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้สถาปนากรุงเทพมหานครครบ
100 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้สร้างศาลหลวงขึ้น
เพื่อเป็นอนุสรณ์ทำให้ทราบถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ทางด้านการศาลไทย การปฏิรูป
ระบบการศาลไทยและพระบรมราชหฤทัยที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อ
พสกนิกรของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาญาณที่ต้องการให้ราษฎร์อยู่อย่างเป็นสุข
ได้รับความยุติธรรม เสมอภาคกัน โดยมีพระราชดำริว่า การศาลยุติธรรมเป็นส่วนสำคัญ
ยิ่ง เป็นหลักในการตัดสินคดีความ ถ้าทำได้ดีประโยชน์สุขก็จะเกิดแก่ประชาชน ตลอดจน
รวมศาลต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ตามกรมต่าง ๆ ให้มารวมอยู่ที่แห่งเดียวกัน เรียกว่า
"ศาลสถิตยยุติธรรม" และขอให้ความยุติธรรมนี้จงเจริญรุ่งเรืองแผ่ไพศาลและคงอยู่
ตลอดไปสมดังพระบรมราชประสงค์ ศาลยุติธรรมจึงถือเอาวันที่ 21 เมษายนของทุกปีเป็น
วันศาลยุติธรรม


ศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
        ศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หลักฐานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์สมัย
กรุงสุโขทัยซึ่งกล่าวถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของขุนศาลตระลาการต้องกระทำ
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ราชกิจจานุเบกษาเล่มแรกของไทย
"ราชกิจจานุเบกษา" เป็นหนังสือพิมพ์ของทางราชการที่มีการจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกใน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2401 เพื่อเผยแพร่ตัวบทกฎหมายและประกาศของทางราชการให้ส่วนราชการและราษฎรได้รับ
ทราบโดยมีกำหนดออกทุก 15 วัน ภายหลังหยุดกิจการไปแต่ถือได้ว่าการจัดทำ
ราชกิจจานุเบกษาเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้การเรียนรู้กฎหมายที่ตราขึ้นใหม่ในสมัยนั้น
สะดวกและสามารถเผยแพร่ออกสู่ประชาชนได้มากขึ้นกว่าสมัยก่อน

หยิกเล็บหมายมือ

"หยิกเล็บหมายมือ" คือ คำพยานที่จดไว้เมื่อเสร็จแล้วจะเข้าผูกหยิกเล็บหมาย
มือไว้ คือใช้เชือกผูกแล้วใช้ดินเหนียวผนึกตรงเงื่อนที่ผูก ให้โจทก์จำเลยเอาเล็บกดไว้
้ที่ดินเหนียวเป็นหลักฐาน เชือกและดินเหนียวคู่ความเป็นผู้จัดหามาโดยฝ่ายโจทก์ให้
เชือกมา ฝ่ายจำเลยให้ดินเหนียวมาเวลาจะหยิกให้โจทก์หยิกเล็บหมายมือก่อนแล้วจำเลย
หยิกตาม ถ้าจำเลยหยิกเล็บก่อนจะถูกปรับ 64,000 เบี้ย วิธีการผูกสำนวนและหยิกเล็บ
หมายมือ ใช้มาแต่ครั้งโบราณและเข้าใจว่าเลิกใช้เมื่อมีประกาศใช้พระราชบัญญัติ
กระบวนพิจารณาความแพ่ง ร.ศ. 115

 


กฎหมายตราสามดวง
             กฎหมายตราสามดวง เป็นกฎหมายที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ได้โปรดฯ ให้มีการตรวจชำระกฎหมายที่มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและได้นำ
มาจัดเป็นหมวด ปรับปรุงและบัญญัติขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2348 อาลักษณ์ได้เขียนไว้ใน
สมุด 3 ชุด และได้มีการสอบทานถึง 3 ครั้ง ให้ถูกต้องก่อนประทับตรา 3 ดวง
คือ ตราพระราชสีห์ ตราพระคชสีห์ และตราบัวแก้วไว้ในฉบับหลวงทุกเล่มและเก็บไว้ที่
ห้องเครื่องชุดหนึ่ง หอหลวงชุดหนึ่งศาลหลวงชุดหนึ่งฉบับศาลหลวงคือฉบับที่
ศาลยุติธรรมเก็บรักษาไว้

ห้องพิจารณาคดสมัยโบราณ (จำลอง)

บัลลังก์จำลองการพิจารณาพิพากษาคดีในยุคปฏิรูประบบการศาลไทยสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสบรรยากาศของ
ห้องพิจารณาคดีสมัยโบราณและได้รับชมการแสดงแสง สี เสียง ประกอบคำบรรยาย
จำลองเหตุการณ์คดี "พระยอดเมืองขวาง"

 


ภาพถ่ายเก่าเกี่ยวกับการพิจารณาคดีในอดีต การประหารชีวิต และวัตถุโบราณบางชิ้นที่
จัดแสดงในห้องพิจารณาคดีสมัยโบราณ (จำลอง)

จำลองโต๊ะทำงานของผู้พิพากษาในอดีต

ภาพถ่าย เอกสาร และวัตถุโบราณที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศาลไทย

ภาพถ่ายเกี่ยวกับอาคารศาลเก่า บ้านพักผู้พิพากษาและบ้านพักเจ้าหน้าที่ในอดีต

มุมหนึ่งของการจัดแสดงชีวประวัติบรรพตุลาการ

ภาพถ่าย เอกสาร และวัตถุครุภัณฑ์โบราณหายากที่จัดแสดงในหอจดหมายเหตุ

บริเวณห้องจัดแสดงระบบการศาลไทย
ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
กลับหน้าแรก