Update 01 ก.ค. 2564
<p><p dir="ltr"><span><b>การตั้งอธิบดีผูพิพากษาศาลพระราชอาญา&nbsp;</b></span></p> <p dir="ltr"><b><img alt="7puuFvuiBvK_-7vwnjTmvN_vlrXZdXS6ceKJerssuTCMWveBtO3-ndF7-T9t2ekKm2recynkpY8stbOUIcT4XscSLNf74ewoe_AaetzYmaNkam_YxqgINVJ_J8uW0CExp13a7f0" height="175" src="https://lh6.googleusercontent.com/7puuFvuiBvK_-7vwnjTmvN_vlrXZdXS6ceKJerssuTCMWveBtO3-ndF7-T9t2ekKm2recynkpY8stbOUIcT4XscSLNf74ewoe_AaetzYmaNkam_YxqgINVJ_J8uW0CExp13a7f0" width="441" /></b></p> <p dir="ltr"><b>ศาลพระราชอาญา (ดานขวา)&nbsp;&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>เมื่อวันที่ 5 เมษายน ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) เวลาเชา 4 โมง พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์&nbsp;เจ้าระพีพัฒนศักดิ์เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยอธิบดีผูพิพากษา แลผูพิพากษาทั้งปวง กับพวกเนติบัณฑิตยในกรมอัยการ และขาราชการเจาพนักงานทั้งหลายในกระทรวงยุติธรรม ประชุมในศาลพระราชอาญา ในการตั้งขุนหลวงพระไกรสีสุภาวภักดิ์ศรีมณฑาตุราชอํามาตย คนาการ เจากรมอัยการ ขึ้นเปนอธิบดีผูพิพากษาศาลพระราชอาญา มีเจานายขาราชการชาว ตางประเทศ และมหาชนเปนอันมากมาอยูในที่ประชุมดวย คือ พระเจานองยาเธอ กรมหมื่น ดํารงคราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย พระเจานองยาเธอ กรมหมื่นมะรุพงษศิริพัฒ ขาหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเกา พระยาเวียงไนย พระยาสุขุมนัยวินิจ นายเจิมศรีสรรักษ&nbsp; มิสเตอรเกิกปาตริก ผูชวยที่ปฤกษากฎหมาย และมิสเตอรสเลเชอ ที่ปฤกษากฎหมายใน กระทรวงยุติธรรม และทานผูอื่นอีกหลายทาน&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>พระเจาลูกยาเธอ พระองคเจาระพีพัฒนศักดิ์เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม เสด็จขึ้นไป ประทับอยูบนบัลลังกพิพากษาในศาลพระราชอาญา พรอมดวยขุนหลวงพระไกรสีผูซึ่งสรวมเสื้อ สําหรับเนติบัณฑิตยอังกฤษ แลวทรงอานประกาศตราตั้งซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานมา มีขอความตอไปดังนี้วา&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>ที่ 1/285&nbsp;&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรง พระราชดําริหเห็นวา ขุนหลวงพระไกรสีสุภาวภักดิ์ศรีมณฑาตุราชอํามาตยคณาการ ประกอบไป ดวยปรีชาสามารถ รอบรูพระราชกําหนดกฎหมายเกาใหม แลมีความซื่อสัตยสุจริตตั้งอยูใน ความยุติธรรม สมควรจะเปนผูพิพากษาได</b></p> <p dir="ltr"><b>จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาโปรดกระหมอมฯ ใหขุนหลวงพระไกรสีสุภาวภักดิ์ เปนอธิบดีผูพิพากษาศาลพระราชอาญา ถือศักดินา 5000 เพื่อจะไดชวยระงับคะดีของราษฎรให เปนคุณเปนประโยชนแกบานเมือง จงประพฤติใหตองตามพระราชกําหนดกฎหมายเกาใหมแล จงฟงคําบังคับบัญชาของเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ในที่ชอบดวยราชการ จงเวนการควรเวน หมั่นประพฤติการควรประพฤติใหสมควรแกตําแหนงทุกประการ จงเจริญศุขสวัสดิ์รับราชการ ตามตําแหนง ตั้งแตบัดนี้ไปเทอญ&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>พระราชทานแต ณ วันที่ 21 มีนาคม รัตนโกสินทร ศก 115 เปนวันที่ 10358 ใน รัชกาลปตยุบันนี้&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>เซนลายพระราชหัตถเลขา จุฬาลงกรณป.ร. แลประทับพระราชลัญจกร&nbsp;&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;<img alt="_drpCpTM1IV-ZmZFTjHrR4NERJCch8FIUrkppSUTqAiIR5keOS5v7DCgAYmuwmRAk6Uigv-OaraC-_JKKCRrehvy96SZJBgGcwtafQlvJ6R-jKqU_zoVe2pFwb1ZuVIV_MoeJ80" height="248" src="https://lh4.googleusercontent.com/_drpCpTM1IV-ZmZFTjHrR4NERJCch8FIUrkppSUTqAiIR5keOS5v7DCgAYmuwmRAk6Uigv-OaraC-_JKKCRrehvy96SZJBgGcwtafQlvJ6R-jKqU_zoVe2pFwb1ZuVIV_MoeJ80" width="179" /></b></p> <p dir="ltr"><b>&nbsp;ขุนหลวงพระไกรสี&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>ครั้นทรงอานจบแลว จึงประทานตราตั้ง ใหแกขุนหลวงพระไกรสี ๆ จึงกระทํา สัตยสาบาลถวายตอไปดังนี้&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>ขาพระพุทธเจา ขุนหลวงพระไกรสี ขอกระทําสัตยานุสัตยสาบาลเฉพาะพระศรีรัตน ไตรยพระพุทธเจา พระธรรมเจา พระสงฆเจา แลผูแลสิ่งซึ่งเปนใหญเปนประธานในสกลโลกย ซึ่งมีมเหศวรศักดานุภาพศักสิทธิทรงทิพจักษุทรงทิพโสตร มีฤทธิ์มีอํานาจแผไปทั่วสกลเมธนี อาจรูอาจเห็นการสุจริต การทุจริต ในดวงจิตรของมนุษยทั้งปวง ทั่วทุกสถานจงเปนสักขีทิพ พยานแกขาพระพุทธเจาดวย บัดนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณา โปรดเกลาฯ ยกยองขาพระพุทธเจา เปนอธิบดีผูพิพากษาศาลพระราชอาญา ขาพระพุทธเจา&nbsp; จงรับราชการในตําแหนงแลนาที่ของขาพระพุทธเจา สนองพระเดชพระคุณโดยเต็มกําลังแล สติปญญา อุสาหะ แลจะพิจารณาพิพากษาอรรถคดีทั้งปวง โดยเที่ยงธรรม จะมิไดลําเอียงเขา</b></p> <p dir="ltr"><b>ดวยผูหนึ่งผูใด โดยอํานาจโลภ โกรธ กลัว หลงรักใคร ใหผิดทางยุติธรรมเปนอันยาก&nbsp;&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>ถาขาพระพุทธเจามิไดดํารงค คงอยูในความสัตยานุสัตยขอใดขอหนึ่งไซ ขออํานาจผูซึ่งสิ่งซึ่ง เปนใหญเปนประธานในสกลโลกย ซึ่งรักษายุติธรรมแลโทษแหงวะจีทุจริต จงบันดาลโทษทุกข ไภยใหถึงขาพระพุทธเจาจนถึงซึ่งชีวิตอันตรายดวยความลําบากใหเห็นประจักษแกตาโลกยใน ชาตินี้อนึ่งทางใดซึ่งเปนชองจะใหไดถึงความศุข ความเจริญในภพนี้แลภพนาทางนั้นขออยาให ขาพระพุทธเจาประสบพบเลย ถาหากวาขาพระพุทธเจารักษาสัตยานุสัตทั้งนี้ไวไดโดยมั่นคง ขอ ผลแหงความสัตยจงอํานวยความศุขสวัสดิพิพัฒนมงคลแกขาพระพุทธเจาทุกประการเทอญ&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>นายเนตเปรียญ วาที่ปลัดกรมอัยการ จึงกลาวคําอวยพรของพวกเนติบัณฑิตยทั้งหลาย ตอไปนี้ดังนี้&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>ขาพเจา ผูไดรับฉันทะของพวกเนติบัณฑิตยทั้งหลายในกรมอัยการ ขอแสดงความยินดี ที่ไดเหนทานผูไดเคยเปนอธิบดีของพวกขาพเจาทั้งหลาย มาในระหวาง 4 ปที่ลวงมาแลวนั้น ไดรับพระราชทานตําแหนงยศอธิบดีผูพิพากษา ในทามกลางที่ประชุมเวลาวันนี้ ซึ่งเปนการ พิเศษผิดแปลกกวาแตกอนมา แมวาพวกขาพเจาทั้งหลาย ยอมมีความเสียดายในเหตุที่ทาน มิไดเปนอธิบดีของพวกขาพเจาในกรมอัยการตอไปก็ดีขาพเจาทั้งหลายยอมหวังตอความเจริญ ในทางความรูกฎหมาย อันจะเกิดขึ้นในพายนา ซึ่งจะเปนเครื่องทําใหการพิจารณาพิพากษาคดี เปนไปโดยรวดเร็วตามทางยุติธรรม โดยมีความเชื่อในความอุสาหะของทาน ดังไดเคยปรากฏ แกพวกขาพเจามาแตกอนแลว แตกอนเวลาที่ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ตั้งกระทรวงยุติธรรม นั้น คําวาหมอความนั้นเมื่อกลาวขึ้นในที่ใดก็ยอมเปนที่หมิ่นประมาทดูถูกของประชาชนทั้งปวง ทานไดเปนคนแรกชักนําทําใหความรูในทางหมอความเจริญดีขึ้น จนเปนเหตุใหมีกรมอัยการแล เนติบัณฑิตยขึ้นดวยความพยายามอยางยิ่ง จนพวกขาพเจาทั้งหลายไดมาเปนเนติบัณฑิตยรับ ราชการอยูในกรมอัยการอยูจนบัดนี้พวกขาพเจาทั้งหลายมีความขอบคุณทานโดยมากที่สุด ใน การนี้ทานไดใหโอวาทแนะนําในทางกฎหมาย แลอยางธรรมเนียมของหมอความในเมือง ตางประเทศ แลพวกขาพเจาทั้งหลายรูศึกใจเปนแนวา พวกขาพเจาทั้งหลายคงจะไดรับความ งายความสดวกดีในการวาความหลวงแลความราษฎร เฉพาะนาทานในศาลพระราชอาญา ตอไป&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>ในที่สุด พวกขาพเจาทั้งหลายขออวยพรตอทานโดยความชื่นชมยินดี ขอใหทานจงมี ความศุขสวัสดิ์มงคลเจริญชนมายุยืน เพื่อไดรับราชการฉลองพระเดชพระคุณอยูในตําแหนงนี้ ซึ่งพวกขาพเจาทั้งหลาย ถือวาเปนตําแหนงอันสูงที่ควรหมอความทุกคนอยากฤๅยากอยากจะ ไดรับตอไปชั่วกาลนาน</b></p> <p dir="ltr"><b>ขุนหลวงพระไกรสี อธิบดีผูพิพากษาใหม พรอมดวยพระยาธรรมสารนิติ์ พระณรงค-&nbsp; วิชิตร พระธรรมสาตร หลวงดํารงธรรมสาร จาจิตรนุกูล ผูพิพากษา แลมิสเตอรสเลเชอ&nbsp; ที่ปฤกษากฎหมาย นั่งพิจารณาความเปนครั้งแรกตอไป&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>เอกสารอางอิง&nbsp;</b></p> <p dir="ltr"><b>กระทรวงยุติธรรม. &ldquo;การตั้งอธิบดีผูพิพากษาศาลพระราชอาญา&rdquo;, ธรรมศาสตรสมัย 1,1 &nbsp; (16 เมษายน ร.ศ. 116) หนา 1-6.&nbsp;</b></p></p>